| Profil de Yim-Noi^ MAi YA aR LA ^PhotosBlogListes | Aide |
|
^ MAi YA aR LA ^ทำสบายๆ ทำหัวใจเอกเขนก ^^ 31 octobre week แรก อายุรศาสตร์ขอ บ่น หน่อย เถอะ
เหนื่อยจัง
เริ่มจากวันอาทิตย์ วันแรก เหนื่อยมากๆ เพราะว่า ไม่มีน้องปี 5
แล้วน้องปี 4 มาวันแรก ต้องสอนกันทุกอย่าง แถมวันนั้น ward work เยอะซะด้วยสิ
อยู่เวรก็ยุ่งพอควร แทบไม่ได้นั่งเลย งานจุกงานจิก ตอนดึกเตรียม grand round อีก
วันจันทร์ลงห้าทุ่ม (กินข้าวเย็นสองทุ่มครึ่ง)
วันอังคาร ลงเที่ยงคืนครึ่ง (กินข้าวเย็นสามทุ่ม)
วันพุธไม่ได้ลง (อยู่เวรข้ามวัน)
วันพฤหัส ได้ลง 18.00 น !!!!!!!!!!!!!! ได้พักผ่อน ^^ แทบไม่ได้ทำไรเลย หลับ คับ
วันศุกร์ อยู่เวร ER ก่าจาได้นอนก้อตี 1
วันเสาร์ วันนี้นี่เอง ก็เหมือนเดิม เริ่มงาน 7 โมง แต่ได้ลงเร็วคับ 11 โมง
เมื่อยขาจังเลย วันๆแทบไม่ได้นั่ง
วันนี้กลับมาใช้เครื่องนวดเท้าที่บ้าน
ที่แทบไม่มีคนใช้ ฝุ่นเขรอะ
ปรากด ปวดก่าเดิม -_-" บีบแรงมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เฮ้อ
ขอให้อีกสามอาทิตย์ผ่านไปด้วยดีเถอะ
ขอให้ happyhappy
บ่นจบแล้ว
ขอบคุณค่ะ ^^
20 septembre Frazer island day IIเริ่มเข้าวันที่สองแล้ว วันนี้ตื่นแต่เช้า กินอาหารที่เตรียมมาจากที่บ้านค่ะ
อิอิ แหม ก็คนมานประหยัด เก็บเงินเที่ยว แถมที่นี่ก็ไม่มีอะไรกินอย่างที่เค้าบอกจิงๆ
คงอารมณ์เหมือนพวกเราไปเที่ยวเกาะตามเมืองไทย ของแพงๆแต่รสชาติทั่วไป
ตื่นมาปุ๊ป รถก็มารับ วันนี้สนุกกว่าเมื่อวานเยอะแยะเลย
เค้าพาไปที่ Lake McKenzie
ไฮไลต์ของเกาะนี้เป็นจุดที่สำหรับรับประทานอาหารกลางวัน
คือ "ทะเลสาบ Mckenzie"
ซึ่งน่าจะเป็นทะเลสาบน้ำจืดใหญ่แห่งหนึ่งในบรรดาทะเลสาบน้ำจืดนับร้อยที่ตั้งอยู่บนเกาะ
หากลงเล่นน้ำในทะเลสาบก็ไม่ต้องกลัวตัวจะเหนียว เพราะที่นี่เป็นน้ำจืด
มาแต่เช้าเลย ดูรูปนี้ก็งั้นๆละซี อิอิ ดูไว้ก่อนเหอะๆๆๆๆ
มาถึงก็ยังเช้าอยู่เลย จำไม่ได้ว่ากี่โมง พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น
อากาศดีมากๆ ไม่ร้อน เดินเล่นไปเรื่อยๆ น้ำเย็นเจี๊ยบ ใสมากๆ
ไม่มีขยะสักอณู เดินสักพัก แดดเริ่มออก และแล้ว ก็กลายเปนแบบนี้...
(เรียงรูปตามแสงพระอาทิตย์ขึ้น)
สวยมากมายยย ถ้าถ่ายรูปเก่งๆคงสวยกว่านี้เยอะ เราถ่ายรูปไม่เก่งอ่ะ
พอแดดออกแล้วสีสันสดใส ลงไปว่ายน้ำเล่น น้ำเย็นมากๆ แถมสะอาด สดใส หุหุ
และที่สำคัญ มานเปนน้ำจืด!!!! ไม่เหนียวเหนอะหนะ น้ำไม่เค็ม
เล่นเสร็จก็ซักแห้ง เอาตัวตากกับแดด
ง่า.... ถึงแม้ว่ามานจาจืดก้อเหอะ แต่ว่าอยากอาบน้ามงะ ไม่ชินเรย
แต่พอสักพักก็ทำใจได้ เพราะพอตัวแห้งก้อไม่เหนียวเหนอะหนะเหมือนเล่นน้ำทะเล
หุหุ ชอบมากมาย
เสร็จแล้วก้อไป picnic กินแซนวิชที่ทางทัวร์จัดหามาให้
เป็นมื้อเดียวที่รวมกับค่าทัวร์ เค้าก้อมีขนมปัง มีเครื่องให้มากมาย
ให้เราทำกันเอง ^^ ก็กินๆๆๆ แล้วเค้าก้อพาไปเที่ยวป่าฝนเขตร้อนต่อ
อันนี้ฮามาก คือพาไปถึง ไกด์เค้าก้อให้ทุกคนเอาขวดมารองน้ำก๊อกที่งอกออกมาจากพื้น
(ใช้คำว่างอกเหมาะสมที่สุด คือมานงอกออกมาจากพื้นจิงๆงะ เตี้ยๆ)
แบบตอนแรกทุกคนไม่มีใครกล้าเรย คือ ตอนอยู่บริสเบนก้อกินน้ำก๊อกนะ
แต่ว่านี่มานแบบก๊อกในป่า โทรมๆ ทุกคนก้อมองกันแบบ...
ไม่มีคัยกล้าเดินไปรองน้ำมากิน
ไกด์เค้าก้อเลยเอาขวดไปรองแล้วกินโชว์ สักพักก็เริ่มมีคนไปรองกันเยอะแยะ
เค้าบอกว่าเดี๋ยวเหนื่อยนะ ต้องเดินไกลมาก
แต่ว่า หุหุ จิตติมาผู้พร้อมเสมอ น้ำพร้อมฮะ เหลือเพียบ เลยไม่ไปรองกะเค้า
(จาชมว่าตัวเองเตรียมพร้อม ^^")
แล้วเค้าก้อพาเราเดินไปปล่อยที่ป่าฝนเขตร้อนน
ไกด์ไม่เข้าฮะ ทิ้งลูกทัวร์ให้เดินกันไปเอง ที่ขำคือ เอเชียสามหน่อ
ที่ฟังกังกฤษได้งูๆปลาตั้งแต่ต้นทริป งงคับ
มัวแต่หยุดถ่ายรูปให้กันและกัน คนอื่นเค้าเดินเข้าไปกันหมดแร้นน
ไปถึงก้อมีทางแยกซะงั้น ไปซ้ายหรือขวาละเนี่ย
ตอนแรกไกด์เค้าก้อมีบอก แต่ฟังกันไม่ค่อยรู้เรื่อง
นึกว่าเดินๆเข้าไป โชคดีที่มีคนทิ้งร่องรอยไว้เลยเดินกันถูก
ที่นี้เกาะติดกันตังเมเลยฮะ พอคนเกาหลีเดินเร็วไปหน่อย ก็หยุดรอเรา
พอเราเดินเร็วเกินไปก็หยุดรอเกาหลีดีก่า จาได้มีเพื่อน ^^
ก็ป่ามานแบบป่าจิงงะ บางทีก้อมีทางทำให้เดิน
บางทีก้อทางป่า ไม่รู้มีแมลงปะหลาดๆไรอีกป่าว
ทีนี้สนิทกันเลยฮะ คุยกันเปนตุเปนตะมากขึ้น
ห้าๆๆๆ เพราะความลำบากนี่เอง
แต่ก้อโชคดีที่มีคุณเกาหลี ไม่งั้นแย่แน่ ป่ามานเงียบๆงะ
สภาพก็เปนป่าธรรมดานี่เอง แต่ที่นี่เค้าว่ามานสุดยอดแร้น
เปนป่าฝนบนเกาะทะเลทรายที่ไม่น่าจาเปนไปได้นู้นนี่
คือง่า เรามานก้อคนไทย มานก้อคล้ายๆกัน
แต่ที่ดีก่าคือสะอาด แล้วก้อน้ำใสมากๆๆๆ เย็นเจี๊ยบ
ข้างล่างน้ำเป็นน้ำนะ ไม่ใช่ทราย มันใสมากๆๆๆๆๆๆๆ
เดินค่อนข้างไกลเลยทีเดียว ไม่รู้กี่กิโล แต่ว่าไกลมากๆๆ
หยุดพักกินน้ำกันเป็นระยะๆ ระหว่างทางเชื่อป่าวว่าไม่เจอเพื่อนทัวร์คนอื่นเลย
มีกันอยู่สามคนงะ ถ้าไม่มีเกาหลีนะ เรากะน้องนี่คง.....
เกาหลีคนขวาสุด ^^
เสร็จแล้วก็กลับ
จริงๆ ทริปนี้มานก้อไม่ค่อยมีไรมากง่า
ความประทับใจระดับ 6/10
เมื่อเทียบกับ Rocky mountain นี่ ง่า ต่างกันมัก
ไว้ถ้าอยู่เวรว่างๆ (แบบวันนี้ สงบมาก ไม่โดนตามเลย ^^)
จะมาเล่า Rocky mountain canada ให้ฟังนะ ^^
"เกาะแห่งนี้เปลี่ยนไปทุกๆ 200-300 เมตร
มีสภาพป่าให้เราทำความรู้จักตั้งแต่ป่าละเมาะไปจนถึงป่าฝนเขตร้อน
ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้บนเกาะทรายแห่งนี้
นอกจากธรรมชาติอันน่าพิศวงแล้ว
เกาะเฟรเซอร์ยังมีเรื่องเล่าในอดีตที่น่าสนใจอีกด้วย "
(ไม่สนใจงะ คัยอยากรู้ search ในเนตนะ -_-")
Frazer island , Australia Day Iตอนนั้นใกล้จะกลับจากออสซี่ละ เลือกได้อีก 1 tripเท่านั้น
เอาใบปลิวมากางๆว่าจะไปไหนดี มี
Frazer island : เกาะทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลก
Mortan island : ใกล้กว่า คนไปเที่ยวมากมาย
Great barrier reef : อยากไปแต่ว่า..แพง..ไกล..ค่าดำน้ำอีก
เลยตัดสินใจไป Frazer ดีกว่า มีคำว่า "ที่สุดในโลก" อยู่ ท่าจา work...
เกาะเฟรเซอร์ (Fraser Island)
เกาะทรายที่ได้รับการขนานนามว่าใหญ่ที่สุดในโลก
ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย
และได้รับยกย่องให้เป็นหนึ่งในมรดกโลกขององค์การยูเนสโกมาตั้งแต่ปี 1992
ความใหญ่ของผืนทรายบนเกาะเฟรเซอร์ยังไม่มหัศจรรย์เท่ากับความหลากหลายในระบบนิเวศวิทยา
พื้นที่ด้านในทั้งหมดแทนที่จะเป็นทะเลทรายแห้งแล้ง กลับปกคลุมด้วยต้นไม้เนื้อแข็ง
(ก๊อปมาจากในเนต)
เลยไปติดต่อที่ tourist information เอาแบบถูกสุด
คืออยู่ tent ขนาดถูกแร้นนนนะ ตกคนละประมาณ 250 เหรียญมั๊ง จำไม่ได้ละ
ไปแค่ 3 วัน 2 คืน เอง
ก็ซื้อตั๋วมา 2 ใบ ไปกับน้องสองคน
วันไปเค้าก้อนัดที่...จำไม่ได้แล้วละ
จำได้แค่ว่าต้องนั่งรถไฟฟ้าไปสถานี Roma แล้วก้อเดินหลงกันสองพี่น้อง
กว่าจาเจออู่รถปาไปเกือบครึ่งชั่วโมง ถามทางกันให้วุ่น
ห้าๆๆๆ ดีนะเนี่ยที่ตื่นเช้า..
ที่ไปเหมือนอู่รถหัวลำโพง แต่สภาพดูดีกว่ามาก
แต่พอเห็นรถ...เอ่อ คันนี้หรอค่ะ สภาพแบบว่า... -_-"
ตอนแรกฝันว่าน่าจาเปนรถแบบรถทัวร์คันใหญ่ๆ
เอ้า...คันนี้ก็คันนี้ ก็ขึ้นไปนั่งด้านหลังนั้นหละค่ะ รถกระเด้งมากกก
(แต่ตอนหลังมาทราบว่ารถทุกทัวร์ก็เป็นแบบนี้เพราะว่ามานเกาะทราย)
สถานที่แรกที่แวะพัก คือ Rainbow beach
ไม่สวยเลย แบบหาดน้ำขุ่นๆ ลงไปเดินๆยืดเส้นแค่นั้น
แล้วก้อซื้ออาหารกินกัน เค้าบอกว่าจาซื้อไรให้รีบไป เดี๋ยวไปเกาะแล้วของแพง
ง่า... สองพี่น้อง แทบไม่ได้ซื้ออารายเลย
เพราะว่าขนมาจากบ้านเรียบร้อย ทั้งไส้กรอก แซนวิช ขนม น้ำ
พร้อม!! (ก็ที่นู้นของมานแพงนี่น่า)
ตอนแรกกะว่าจะซื้อเนื้อหมูไปทำบาบีคิวกิน
โชคดีที่ไม่ได้ซื้อ เดี๋ยวจาเล่าต่อ...
พอพักได้ที่เค้าก้อพานั่งรถต่อไปยังท่าเรือที่ข้ามฟาก
เหมือนเรือข้ามฟากเกาะช้างมากๆ เป็นเรือลำใหญ่ๆที่ให้รถขึ้นไปได้
จำไม่ได้อีกแร้นง่าว่าใช้เวลานั่งเท่าไหร่ น่าจะสักเกือบๆชั่วโมง
ลมแรงมากๆๆๆๆ สองพี่น้องไม่ได้นั่งเรย มัวแต่เดินไปเดินมา
เดินลงมาข้างล่าง -- ที่เก็บรถ -_-'
เดินขึ้นข้างบนเดินไปมารับลมเย็นๆ
เสร็จแล้วก็ถึงเกาะสักที !!
ชอบมากมายยยย
คือคนมานไม่ค่อยได้ไปเที่ยว
มานแบบว่านั่งไอ่บนรถจิ๊บเก่าๆ ขับไปบนหาดทราย
ชอบตอนลุยน้ำอ่ะ ^^ สนุกดี เวลามีรถขับสวนมา คันนึงก้อต้องไปลุยน้ำ
หุหุ ชอบมากมายยย (ชอบอารายต๊องๆ ^^")
นั่งไปสักพักไม่นานเค้าก้อพาไปยังที่พัก เก็บของ
คนที่มาแบบเต้นท์ก็ขนข้าวของลงไป
เราก้อไม่รู้เรื่องงะ คนอื่นเค้าก้อรีบไปจับจองเต้นท์กันใหญ่
เรากะน้องก็เลยจองไม่ทัน เหลือเต้นท์อยู่สามเต้น
คนเกาหลี (ไปทริปนี้มีเพื่อนสนิทอยู่คนเดียว)
ขอแทรก คือ ทริปนี้มีฝรั่งหมด มีเกาหลีคนเดียว กับคนไทยอีก 2 คือเรากะน้อง
ที่เปนเอเชีย พวกเอเชียเลยมาสุมหัวกันเพราะว่าไม่มีใครคบ ห้าๆๆๆ
แปลกเนอะ ไปกี่ที่ๆก็รู้สึกว่าเข้าไม่ได้กะพวกฝรั่งซะที
มีคนนึงอายุเท่าเราอ่ะเปน ไอซ์แลนด์ โห่ยยยย คนละเรื่องเรย
เค้าโต๊โต พอรู้ว่าอายุเท่าเราตกใจใหญ่ (อิอิจะชมว่าตัวเองเด็ก)
คือเค้าโตจิงๆอ่ะ เดี๋ยวค่อยเล่าต่อ
ต่อๆ คือคนเกาหลีกะเรากะน้องก้อเดินสำรวจเต้นกัน เหลือแบบแย่ๆ
ด้วยความเปนสุภาพบุรุษ คนเกาหลีเลยให้เรากะน้องเลือกก่อน
แบบว่าเค้าเอาอันที่เหลือ
สภาพเต้นมีดังนี้
เต้นท์หนึ่ง : สภาพภายนอกดี ซิปดี ด้านล่างขาดหมด (มีซิปไปก้อเท่านั้น -_-")
ด้านในมีน้ำเอิงนอง ถ้าจะนอนจิงต้องวิดน้ำออก
เต้นท์สอง : สภาพภายนอกขาด แมลงเดินเข้าออกพาเรดได้ สภาพภายในน้ำเปนหย่อมๆ
เต้นท์สาม : พอๆกะเต้นท์สอง
เรากะน้องแบบเริ่มซีด เอ่อ... แถมไอ่คนเกาหลีมาไซโค
you เอาที่ฉีดกันแมลงมาป่าว (ไม่ได้เอามาแหละ แต่จายืมyouนี่แหละ)
เราก้อแบบเอิ่ม ไม่คิดว่าจาเปนแบบนี้ ทุกทีไปจองทีไรมานก้อมีพร้อมนี่น่า
ตอนจะมาก้อถามแร้วว่ามีหมอนมีผ้าห่มไรงี้พร้อมป่าว เค้าก้อบอกพร้อม
นี่แบบมีแต่เต้น ขาดๆ เอ่อ....
ก็เลยแบบ เดินเลือกเต้นท์กับน้องด้วยความสลด
กะจะเอาเต้นท์หนึ่งแล้ววิดน้ำออก สักพัก ก็เห็นคนมากมายยืนมุงงง
ก็เลยเดินไปดูบ้าง
เจอไอ่ตัวเนี่ย.... สลด
(เต้นข้างหลังนี่เค้าเอามากางเองนะ เต้นท์ทัวร์นี่เก่ามาก)
แบบ เริ่มทำใจไม่ได้ ไอ่เต้นท์นี่มันขาด ตัวไรเดินออกได้วุ่น
คืนนี้.....T_T
เลยไปฟุตฟิตฟอไฟภาษาอังกิดสำเนียงไทยแลนด์กับไกด์
บอกว่าขอเปลี่ยนไปเปนบ้านพักด่วน
เค้าก้อแบบว่าจะติดต่อให้นะแต่ไม่รู้ว่าจะมีที่เหลือป่าว
เรากับน้องเริ่มทำหน้าเส้า ... ฮือๆ ไม่อยากนอนแบบนี้งะ หมอนก้อไม่มี
ตัวอะไรนี่อีก เริ่มเส้า
สักพักเค้าก้อบอกว่า ได้ๆ เค้ายอมแบบว่าพักบ้านละ 3
คือจิงๆมันต้องห้องนึง 4 คน
เลยสบายเลย อิอิ ไม่ต้องแย่งห้องน้ำ
แล้วได้ราคาถูกก่าด้วยนะ เพราะเค้าให้เพิ่มไม่กี่สิบเหรียญเองอ่ะ
ราคาจิงมันแพงกว่านี้ ^^ เลยสบายใจหน่อย
หุหุ ทีนี้มาดูที่พักกันละนะ
เสร็จแล้วเค้าก็พาไปดู ซากเรือ
ก็...ดูๆไปงั้นๆงะ ไม่ได้ชอบไรมากเท่าไหร่
ฟังก็ไม่ค่อยออก เลยไม่รู้ประวัติความเปนมาของมาน
เสร็จแล้วเค้าก้อพาไปที่ที่ไอ่น้ำมันออกๆงะ
คือพูดไม่ถูก ดูรูปเลยงะ
คือดูในรูปมานอาจไม่ค่อยสวยน๊า แต่จิงๆแล้วเราชอบมากมาย
คือน้ำอานนี้มานจาไหลลงไอ่ทะเลสาบใหญ่ๆนั้นงะ เค้าให้ลงไปเดิน
น้ำใสมากๆๆๆ มองดูอาจขุ่นเพราะข้างล่างมานเปนทราย
แต่จิงๆใสแจ๋วแล้วก้อเย็นเจี๊ยบ ชอบมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ^^
อานนี้ก็เปนที่เดิมนะ ที่น้ำไหลออกงะ
เอามาให้ดูภาพรวมๆ
เสร็จแล้วก็เริ่มออกเดินทางไปยัง lake wabby 1.8 km ไกลพอควร
ทางเดินตอนแรกเปนแบบป่าๆหน่อย สักพักเปนทะเลทรายยยย
กว้างใหญ่ไพศาล แดดเปรี้ยงๆ แต่ว่าทรายนุ่มมากก เดินแล้วดูดเท้าอีก
เพิ่มความเมื่อยเข้าไปอีกเท่าตัว แต่ว่าชอบมากมาย
ไม่เคยเห็นทะเลทรายกว้างใหญ่ขนาดนี้ แหมน่าจามีอูฐ ^^
เดินมาตั้งไกล สุดท้าย เจอแค่เนี้ยย....
(อานนี้แอบเอารูปเล็กหน่อย หุหุ มีทูพีชด้วย ^^")
คือ...มานสวยตรงหนายหรอ???~
เค้าก้อบอกว่าให้ว่ายได้ แต่เรากะน้องไม่เอางะ มานไม่เหนมีไรเรย
น้ำก้อเขียวๆดูน่ากัวๆ เลยไปเดินต่อมแต๋มๆแถวนั้น ถ่ายรูปเรื่อยๆ
สักพักมีรุ้งกินน้ำด้วยอ่ะๆๆๆๆ สวยมากมาย
อากาศก็เริ่มเย็น ไม่ร้อนเลย ลมเย็นสบาย ทรายก็เย็น ชอบๆๆ ^^
สำหรับวันนี้ก็หมดแค่นี้...
กลับที่พักนอน ^^
(เค้าบอกว่าที่เกาะนี้จามีตัวดิงโก้ ด้วยงะ แต่เราไม่เหนเลยสักตัว)
เกาะเฟรเซอร์มีอะไรๆ ให้ทุกคนทึ่งได้เสมอ
เพราะที่กล่าวมาเป็นเพียงบางส่วนของเกาะทรายขนาดใหญ่แห่งนี้เท่านั้น
เพราะว่ากันว่าที่นี่มีทั้ง ทรายดูด ฉลามขาวดุร้าย
และอันตรายจากสารพัดที่ทำให้เกาะเฟรเซอร์กลายเป็น
ตำนานอันยิ่งใหญ่ของนักท่องโลก ที่ใฝ่หาการผจญภัยมาเติมรสชาติชีวิตให้เข้มข้นยิ่งขึ้น
(ไม่เหนเจออารายเลย -_-')
30 août My progress noteM O V E t o รพ . ปิ่นเกล้า แล้วจ้า ^^
สัปดาห์ก่อนอยู่ นิติเวช มาทั้งอาทิตย์เลย
วันแรกๆดูการผ่าชันสูตร(เขียนไงเนี่ย!!) ใน รพ
ไม่ชินงะ ถึงแม้ว่าหลังๆข้าพเจ้ามจะมีความทนทานต่อภาพน่ากลัวๆได้มากขึ้น
แต่.... เง้อ.....
วันพุธ ได้ออกชันสูตร ข้างนอก
เคสแรกก็กลัว กลัวมาก
แบบทางเข้าเปนตรอกเล็กๆ มืดๆ มืดเหมือนสักห้าทุ่ม -_-"
ทั้งๆที่ไปตอนเช้า
แต่หลังๆ เริ่มแบบว่า ..... กลัวน้อยลง ... มาก!!
ตอนจะจากกับอาจารย์
อาจารย์บอกว่า
วันนี้ก็ไม่มีไรมาก เพราะตอนเช้าส่วนใหญ่เปนเคสธรรมดา
แต่ก็เริ่มจะชินกันแล้วใช่ป่าว ไม่ค่อยกลัวกันละนะ..
ชิน..
ชิน..
จบไปถ้าต้องออกชันสูติจิงๆจาชินไหมเนี่ย !!
22 août ลุงตีห้าตอนจบ!! + งูกัดอัฟเดท ลุงตีห้า
และแล้วเวรล่าสุดที่จิตติมาได้นอนรอบแรก
คือ เที่ยงคืน ถึง ตีสาม นั้นคือ จะต้องตื่นมาทำงานรอบ ตีสาม ถึง เช้า นั้นเอง และตามที่คาดการณ์ไว้อย่างรอคอย ลุงตีห้า!!
เริ่มด้วย คืนนั้น สะลึมสะลือออกมาจากห้องพักแพทย์
จิตติมาก็หยิบเสื้อเขียวมาเตรียมปูนอนที่โต๊ะตรวจ ปรากดว่าออกมา มีลุงนิ้วหักเข้าข้อพร้อมเอ็นขาด ดูชีเวียๆนอนรออยู่ข้างนอก เสื้อเขียวที่หยิบออกมาเตรียมปูนอนจึงได้รับการพับเก็บไว้อย่างดี -_-" ไปจัดการคุณลุงนี่เสร็จ ก็มีเด็กน้อยโดนตัวอะไรสักอย่างกัดมา (ไว้เดี๋ยวเล่าทีหลัง) แล้วก็มีคนหัวแตก มีนู้นนี่ไรมามากมายยย ช่างเปนคืนแห่งการไม่ได้นอนจิงๆ สักพัก ก็ ตีห้า .... ช่วงนั้นคนไข้เริ่มซาลง จิตติมาก็เริ่มกางเสื้อเขียวลงบนโต๊ะ เตรียมปูนอน แต่ก็นอนไม่หลับ เพราะมันตื่นซะแล้ว สักพักก็มีลุงเดินมา หน้าคุ้นมากกกกกกกกกกกกก ลุงตีห้า!! นั่นเอง...
ด้วยวันนี้ไม่ง่วงนอน อารมณ์เลยดี ขำๆ
เดินไปหาเพื่อนคนนึง ซึ่งโดนจิตติมาพ่นเรื่องลุงตีห้าให้ฟังบ่อยมาก จนอยากจะเหนลุง และแล้ววันนี้เพื่อนคนนั้นก็มีโอกาสได้เห็นลุง
"มา เดี๋ยวเราจัดการเอง"
แล้วก็เดินดุ่มๆๆไป
"มา ลุง ขึ้นเตียงทำแผล" เพื่อนพูด
และก็พูดทีเล่นทีจิงต่อ
"ลุง ทีหลังมาแปดเก้าโมงนะลุง เนี่ยหมอยังไม่ได้นอนทั้งคืนเลย (เว่อ จิงๆนอนไปแล้วคนละ 3 hr) ลุงมาเช้าไม่กะให้หมอได้พักกันบ้างเลยหรอ"
ปล.หมอทำงาน 21 ชั่วโมง นอน 3 ชั่วโมงนะลุง T_T
ขำๆ ลุงก้อขำๆ
คุยไปคุยมา สุดท้ายก่อนจากกัน
ลุงรำกระบองให้ดู (อย่างจิงจัง)
แต่ตอนนั้นมันไม่มีคนหรอกนะ แหม ตีห้ากว่าๆ มีแต่หมอง่วงๆกับพยาบาล
เกริ่น : คุยไปคุยมา คุงถึงเรื่องออกกำลังกายว่าลุงออกยังไง พวกมวยจีน ไทเก๊ก หรือ แบบไหน สุดท้ายลุงเลยรำให้ดู
ลุงน่ารักดี ^^
เด็กน้อยงูกัด วันนั้นขณะอยู่เวร มีเด็กน้อยคนนึงอายุประมาณสักสี่ห้าขวบ
ร้องไห้น้ำตานองสะอึกสะอื้นเดินมาที่โต๊ะตรวจของจิตติมา มาถึงแม่ก็บอก โดนงูเหลือมกัด แต่พอชะโงกไปดูแผล รอยฟันไม่เหมือนงูเหลือมเร้ยยย พอถามว่างูเป็นยังไง คุณแม่ก็ตอบฉะฉาน งูตัวใหญ่ สีเหลือง ใหญ่เท่านี้แหนะ (มีทำมือประกอบ) ถามอะไรคุณแม่ตอบหมด จน...
คุณแม่อยู่ในเหตุการณ์ด้วยรึเปล่าค่ะ แม่ : อ๋อ เปล่าค่ะ ........-......... เลยไปถามคุณลูก ระหว่างถามคุณแม่ก็แย่งตอบ จนต้องบอกว่า ให้น้องเค้าลองบอกดูนะค่ะ น้องหนูก็สะอึกสะอื้นตอบ "มันตัวใหญ่ๆ ใหญ่เท่านี้"(ทำมือใหญ่ราวๆงูอะเมซอนได้)
"สีเหลืองๆแล้วมีสีดำ" "แล้วหนูเห็นหน้ามันไหม หน้าเป็นยังไงค่ะ"
"หน้ามันใหญ่ๆแหลมๆ"
อืมๆออๆ จิตติมาก็บันทึกลงไปอย่างละเอียดตามนั้นทุกประการ
พอเสร็จก็ไปปรึกษารุ่นพี่ รุ่นพี่ก็เดินมาถามประวัติอีกครั้ง เพราะรอยกัดมันไม่ค่อยจะเหมือนงูเหลือมสักเท่าไหร่ "หนูเห็นตรงไหนของมันค่ะ"
"เห็นตัวมัน"
"แล้วหน้ามันเห็นไหมค่ะ"
"ไม่เห็น" น้องหนูส่ายหน้าสะอึกสะอื้นตอบ
อ่าว...แล้วที่ตอบหน้าใหญ่ๆแหลมๆนี่...^^"
แล้วมันตัวอะไรค่ะ
"งู" น้องหนูตอบ
แหม.. รอยกัดก็ไม่เหมือนงู เลยไม่รู้ว่าจะให้ยาให้อะไรยังไงดี ต้องซักกันละเอียดหน่อย ถามไปวนไปวนมา วกวน มึนงง
พี่เลยตัดสินใจถามว่า... "หนูรู้จักงูไหมค่ะลูก"
"ไม่รู้จักค่ะ"
วัง...เวง....
แม่ก็พยายามกดดัน
"งูไงค่ะลูก งูที่แม่เคยไล่มันออกไป" (แม่พยายามไซโคว่าเป็นงูมักๆ) แต่หนูน้อยทำหน้ามึนงงแล้วก้อส่ายหน้าบอกว่า "หนูไม่รู้จัก" สรุป...
หมองงค่ะ งงมาก
และก็พยายามคุยกับแม่ว่ารอยฟันมันไม่เหมือนงู
คุยงู้นคุยงี้ สุดท้าย
แม่ก็ตัดสินใจเลือกตัวใหม่ให้ ผลกรรมตกไปอยู่ที่
ตัว...
"ตะกวด" ตะกวด
ตะกวด
ตะกวด
เนื่องจากแถวบ้านมีเยอะ -_-"
ข้าพเจ้าเลยเขียนลงในกระดาษบันทึกไปว่า
(เด็กไม่รู้จักงู บวกลบตัวตะกวดกัด)
ปล. ตัวตะกวด... มันคือตัวอะไร -_-" ไม่รู้จัก 14 août เรื่องของสุนัขวันแม่ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้อยู่เวร Trauma เต็มวัน
มีเรื่องมาเล่าๆๆให้ฟัง ^^
วันนั้นตอนบ่ายๆมีคุณพ่อคนนึงมาด้วยเรื่อง หมากัด
ใบหูด้านขวาแหว่งไปจนเห็นกระดูกอ่อน
ที่มือก็มีแผล
ก็ได้รักษากันไปตามระเบียบ
ตกเย็น มีเด็กชายตัวน้อยมา
ซักไปซักมาเป็นลูกของพ่อคนข้างบน โดนหมากัดมาเช่นกัน
เปนหมาตัวเดิมที่เลี้ยงไว้
ตกดึก มีพี่ชายคนนึงมา
ด้วยเรื่องเท้าบวม
เนื่องจาก โกรธหมาตัวนั้นมาก จึงได้ไปเตะหมาตัวนั้นอย่างแรง
จนเท้าบวม.... -_-"
ผ่านไปสักระยะ
ให้ทายว่ามีอารายเกิดขึ้น ??
พ่อที่หูแหว่งกลับมาใหม่
ไม่ได้โดนกัดหรอก
แต่ว่า ขังหมาไว้ในห้องครัว
มาขอยาสลบไปให้หมากิน
-_-"
แต่ด้วยเนื่องทาง รพ เราไม่มีนโยบายให้ยาสลบหมา
คุณพ่อคนนั้นจึงต้องกลับไปด้วยความผิดหวัง ^^"
11 août ลุงตีห้า
อัฟเดท
ลุงเดินมาแต่ไกล เหนแล้วแบบ.....
ลุง!! อีกละ
เพื่อนๆกำลังฟุบหลับอยู่โต๊ะข้างๆกัน
ข้าเจ้าก้อตื่นมาพยายามไม่ปรับสีหน้าสะลึมสะลือให้เปนปกติ
พยายามให้ลุงเหนถึงความลำบากของเด็กน้อยตาดำๆ
วันก่อนมีขอโทดขอโพย ขอรบกวน มาเช้าไปงี้ ครานี้มาเช้ากว่าเดิมอีก ตีห้า ... -_-"
ก็ไปทำแผลให้ลุงตามหน้าที่
สักพัก อดไม่ได้ เลยถามลุงว่า
"ลุง ลุงจะไปออกกำลังกายหรอ"
(เห็นลุงใส่รองเท้ากีฬา)
จิงๆลุงอาจจะมาทำแผล แล้วไปออกกำลังกาย
คิดในแง่ดี
"อ๋อ เปล่า ลุงออกกำลังกายแล้วปวด เลยไม่ได้ออก"
"อืม...แล้วเดี๋ยวลุงไปไหนต่อหรอ พอทำแผลเสร็จ"
"กลับบ้าน"
....
9 août @ trauma
กิจวัตรประจำวัน 7.00น พร้อมที่แผนกอุบัติเหตุ อันดับหนึ่งนี่ขอยกให้ มอเตอร์ไซค์ล้ม ถ้าเปนเด็กน้อยนี่ขอยกให้กับ ที่เหลือไม่จัดอันดับมีประปรายๆมาเรื่อยๆ เจอเคสไฟแดงไปสอง สำหรับการอยู่เวร T_T แต่ตอนกลางคืนนี่ไม่ค่อยมีคนมาทำแผลแล้ว (ใครจะมาทำแผลดึกดื่น) "ลุง ทำไมมาทำแผลเช้าจัง !!" ความนัยคือ................^^ 1 août ชีวิตที่ตกเทรนเนื้อหาวันนี้อาจจาดูแปลกๆ เพราะปกติจิตติมาเป็นคนไร้สาระ
พอดีวันนี้นั่ง search อ่านเรื่องไข้หวัด 2009 อยู่
แหม ก็กลัวเหมือนกันหนิ
บอกตามตรงเลยว่าเราไม่ได้มีความรู้มากไปกว่าเพื่อนๆ
ทาง รพ. ไม่ได้มีการเปิดคอร์สให้ความรู้อะไรกันอย่างเปนทางการ
ก็อาศัยอ่านเอาจากในอินเตอร์เน็ต ความรู้ก็เท่ากับเพื่อนๆ
เพียงแต่ว่าอาจจาแค่อ่านเข้าใจในศัพท์เทคนิคมากกว่าแค่นั้นเอง
พอดีๆอ่านๆไป ก็ไปเรื่อยเลย
อ่านไปก็รู้สึกหดหู่ ทำไมอนาคตเรามันช่างดูโหดร้าย
สมัยก่อน เทรนตอนนั้นคงเป็น หมอ วิศวะ อะไรทำนองนี้
แล้วตอนนี้ อยากรู้ ยังเป็นเทรน หมอ กันอยู่ไหม
อยากรู้ ว่าเพื่อนๆ คิดยังไงกับอาชีพ หมอ
ที่แต่ก่อนหลายๆคนคิดว่าดี แล้วตอนนี้ยังคิดว่าดีกันอีกรึเปล่า
สำหรับเรา
ก่อนเข้ามาเรียน ไม่ค่อยมีจิตใจเปนมงเปนหมอสักเท่าไหร่
เรียกได้ว่าไหลๆเข้ามาเรียน แต่ช่วงนั้นช่างมีอุดมการณ์แรงกล้า
ว่าอยากอยู่ชนบท เพราะเปนคนบ้าชนบทมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ
ขนาดตอนเอ็น ยังจาอยากเรียน ธรณีวิทยา อยู่เลย
แต่พอได้เรียนไปจนถึงบัดนี้ ปีสุดท้ายแล้ว
ความคิดเปลี่ยนไปอย่างมาก มากถึงมากที่สุด
ไม่รู้ว่าเราโตขึ้น หรือว่าสังคมที่เปนอยู่มันบังคับเราไป
ความคิดที่อยากรักษาให้คนหายเจ็บป่วยมีมากขึ้น มากๆ
พอเห็นคนไข้หายแล้วเราก็ดีใจ พอเห็นคนไข้แย่เราก้อเศร้าไปด้วย
เห็นคนไข้ไม่มีเงินรักษาเราก็สงสาร อยากให้ป้าๆได้ยาดีๆ
บางครั้งถึงขนาดเก็บไปฝัน บางทีก็อยากรู้ว่าคนไข้ที่ได้กลับบ้านไปจะสบายดีอยู่รึเปล่า
คุณลุงไอเป็นเลือดจะหายไหมนะ คุณลุงมะเร็งตับจะยอมไปหาหมอไหมหรือว่าจะกลับไปหาหมอน้ำมัน
คุณนักธุรกิจเท้าบวมจะเปนโรคประหลาดรึเปล่า โรคจะรักษาได้ไหมนะ
แต่ก่อนตอนสอบสัมภาษณ์ รู้สึกว่าใครที่ตอบแบบนี้ มันแบบ...ดูเฟคชัดๆ
เพราะตอนนั้นเราไม่ค่อยรู้สึกแบบนี้ ถึงแม้ว่าอาจจะคิดว่าคงดีถ้าได้ทำให้เค้าหายป่วย
แต่ตอนนี้ได้เข้าใจความรู้สึกนั้นอย่างแท้จิง
ฟังดูก็ดูดีใช่มะ.....
แต่ว่า................
สิ่งที่เปลี่ยนไป คือ ....อุดมการณ์อันแรงกล้า -_-"
ชีวิตจริง กับ อุดมการณ์ช่างแตกต่างกัน
แต่ถึงอย่างไร ก็ยังอยากไปใช้ทุน
มันเป็นความคิดตั้งแต่สมัยเด็กๆ อยากไปอยู่ชนบท
แต่คงแค่สามปี ไม่คิดที่จะอยากอยู่ตลอดไป
ไม่คิดที่จะสละชีพเพื่อสังคม หรือละทิ้งเมืองกรุง
ในเมื่อความจริงมันช่างแตกต่างกับที่คิดไว้
โลกสมัยนี้มันเปลี่ยนไป ทุกคนเปลี่ยนไป
โลกมันไม่ได้สวยงาม....
ชนบทมันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้ มันไม่ได้เป็นเหมือนที่ในนิยายเขียน
มันไม่ได้ดูอบอุ่นน่ารัก อากาศดี
แถมพ่อแม่ที่อายุก็มากขึ้นทุกวันๆ
ไปอยู่ที่นั่น ไกลก็ไกล วันหยุดก็ไม่มีให้กลับบ้านซะเท่าไหร่
รักษาดูแลแต่คนอื่น แล้วพ่อแม่ตัวเองเล่า....
ยังอยากรู้ ว่าตอนนี้เด็กๆมัธยม เค้าอยากเรียนอะไรกัน
เทรนหมอยังมาแรงอยู่รึเปล่า
เห็นเดี๋ยวนี้ได้ข่าวว่าไม่มีคนเรียน เพราะกลัวโดนฟ้องร้อง งานหนัก เงินน้อย
ใครมีน้องกำลังจะเอ็นบ้าง ~~ ^^
ชีวิตประจำวันของนักศึกษาแพทย์ แพทย์ใช้ทุน แพทย์ประจำบ้าน โดยคร่าวๆ และ โดยรวมๆ
5.00 น : ขึ้นไปทำแผล อันนี้เป็นเฉพาะบางวอร์ดเท่านั้นนะ เราโดนไปสองอาทิตย์เต็ม
เลิกดึก ตื่นเช้า เหอๆ โทรมเลย สิวเต็มหน้า ^^ ไปงานรับปริญญาเพื่อนทักกันใหญ่
หาว่าเปนอีสุกอีใส
6.30-7.00 น : ราวน์เช้าบนวอร์ด (วอร์ด แปลว่า หอผู้ป่วยใน คือคนไข้ที่ต้องมานอน admit นั่นเอง)
คือการดูแลคนไข้ในที่นอนอยู่ในโรงพยาบาล ต้องยืนตลอด ลากรถที่วางชาร์จคนไข้ไปด้วย
พอถึงเตียงก็หยิบมาแล้วก็ดูว่าวันนี้มีไข้ไหม มีอาการอะไรรึเปล่า จะสั่งยาอะไรเพิ่ม
ซึ่งแล้วแต่วอร์ด มีตั้งแต่ 8-9 เตียง ไปจนถึง 20 กว่าเตียง
ประเด็นคือ ยืน/เดินตลอด จะเสร็จประมาณแปดถึงเก้าโมง แต่ถ้าอยู่อายุรศาสตร์ก็จะเสร็จประมาณ
สิบเอ็ดโมงหรือเกือบๆเที่ยง ทำเอาขาลากไปเลย
9.00 น : ถ้าไม่ได้อยู่วอร์ดอายุรศาสตร์ ที่ต้องยืนราวน์ต่อไปเรื่อยๆจนถึงสิบเอ็ดโมง ก็จะ..
- ไปตรวจ OPD คือ ตรวจคนไข้นอก คือคนไข้ที่เดินเข้ามาในโรงพยาบาล
อันนี้สบายหน่อย ได้นั่ง ^^
- เข้า OR หรือห้องผ่าตัด อันนี้เมื่อยหน่อยบางครั้งก็ไม่ได้กินข้าวเที่ยง เลทไปบ่ายหนึ่งบ่ายสอง
แต่อย่างน้อยตอนก่อนจะเข้า OR ก็ได้นั่งพักแป๊ปนึงอาจจะสักสิบนาที ไม่ต้องยืนราวน์ถึงสิบเอ็ดโมง
ตอนบ่าย
อันนี้แล้วแต่เลย ถ้าเข้า OR ก็เข้าไปจนถึงเย็น ทำเคสต่อไปเรื่อยๆ
ถ้าอยู่บนวอร์ดก็ดูแลผู้ป่วยไป ให้เลือด เก็บเสมหะ ทำนู้นนี่
ตอนเย็น 16.00-17.00 โดยประมาณจะเริ่มราวน์เย็น
ราวน์เย็นก็คือเดินดูผู้ป่วยในเหมือนตอนเช้านั่นแหละ
แต่จะนานกว่าเพราะดูละเอียด ยืนๆเดินๆไป
กว่าจะเสร็จก็แล้วแต่อีกหละ
ส่วนใหญ่ก็ ทุ่มนึง
ดึกสุดก็เคย สามทุ่มกว่าๆ
ปัญหาคือ เมื่อยมากและหิวน้ำมาก ปากแห้งผาก
โรคของหมอที่ควรระวัง : เส้นเลือดขอด!!
เสร็จแล้วก็จะเป็นเวร
ถ้าเป็นวอร์ด major อยู่ประมาณ 1 เว้น 2 คือ อยู่ 1 วันแล้วพักสองวัน
ถ้าไปอยู่ รพ ข้างนอกมีอยู่ 2 เว้น 1 วันที่ได้เว้นนี่ก้อนอนตายไปเลย
ถ้าวอร์ด minor อันนี้จะสบายเวรห่าง แล้วก้อไม่ค่อยโดนตาม
แต่ถ้าออกไปใช้ทุน เวรหนักมากกกก เห็นพี่ๆอยู่กันเกือบทุกวันแทบไม่มีวันเว้น
มีเวรให้เลือกสรรมากมาย เวรวอร์ด เวรห้องฉุกเฉิน เวรหมอทั่วไป เวรCPR(ปั๊มหัวใจ)
คือเดือนนึงจะอยู่เวรทั้งหมด 20 กว่าวัน -_-"
วันหยุด : ไม่มี
วันที่เค้าหยุดๆกัน สงกรานต์ ปีใหม่ ปีเก่า หยุดประท้วง เสื้อแดง เสื้อเหลือง
จะหยุดยังไง พวกเราก้อต้องไปราวน์เช้า (ดูคนไข้ใน)
ฉะนั้นเวลาจาไปเท่ว ตจว นี่หายากมากๆๆๆ ต้องรอตอน minor ที่เสาร์อาทิตย์ไม่ต้องไปราวน์
ฉะนั้น ไม่ว่าจะประกาศหยุดหวัดหมูสองอาทิตย์ พวกเราก้อไม่ได้หยุดอยู่ดี
แต่ว่า...ประกาศหยุดเหอะ ตาย 60 ก่าคนแล้วอ่า....
แหมเขียนมาเหมือนไม่มีข้อดีเลยแฮะ
ดูเหนื่อยๆไงไม่รู้
จิงๆมันก้อชินซะแล้ว ไม่ค่อยรู้สึกอะไรเท่าไหร่หรอก
งานหนัก ทำๆไปเดี๋ยวมันก้อต้องมีช่วงวอร์ด minor เบาๆได้พักบ้าง
ง่วงมากก็หลับ ยืนหลับๆใน OR นั่นแหละ อาจารย์ไม่ว่าหรอก ^^
ชีวิตก็เฮฮา สนุกสนานดี พี่ๆก้อพาไปเลี้ยงบ่อยไม่ต้องเสียค่าข้าว
ออก OPD กับอาจารย์ก็น่ารัก แถมบางทีดีเทลยาก็เอาน้ำแพงๆมาให้กิน
เหนื่อยนักก็บ่นกับเพื่อน เข้าอกเข้าใจกันเปนอย่างดี
เจอหน้ากันจะดีใจมากๆๆๆๆๆเหมือนไม่ได้เจอกันมาสามสิบปี
อยู่หอเดียวกันแท้ๆ ชึ้นเดียวกัน แต่แทบไม่ได้เจอหน้าเพื่อนเลย ^^
|
|
|||
|
|